คนที่เครียดง่ายปรับกรอบคิดเพื่อฟื้นฟูใจตัวเอง
เสียงถอนหายใจเบาๆ หลังก้าวขาเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ของคอนโดหลังจากวันอันแสนเหนื่อยล้า เป็นสัญญาณที่บอกว่าพลังงานในร่างกายของเราแทบจะเหลือศูนย์แล้ว หลายครั้งที่เรานอนมองเพดานท่ามกลางความมืด แต่ในหัวกลับหมุนวนไปด้วยเรื่องงานของวันถัดไป ความรู้สึกหนักอึ้งในอกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับ 'คนเครียดง่าย' ที่กำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟโดยไม่รู้ตัว
เมื่อความเครียดสะสมจนกลายเป็นความเหนื่อยล้าเรื้อรัง การพยายามฝืนทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบกลับยิ่งเร่งให้ไฟในตัวเรามอดดับลงอย่างรวดเร็ว วันนี้เราอยากชวนทุกคนมานั่งพัก สูดหายใจลึกๆ แล้วลองมาปรับกรอบความคิดเพื่อฟื้นฟูจิตใจไปด้วยกันแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อนค่ะ
ทำไมคนเครียดง่ายถึงเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟได้มากกว่า?
สำหรับพวกเราที่ไวต่อความรู้สึกรอบตัวเป็นพิเศษ ทุกรายละเอียดในที่ทำงานมักจะถูกนำมาคิดซ้ำๆ เสมอ ความต้องการอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด หรือการปฏิเสธคนอื่นไม่เป็น มักจะสร้างความกดดันโดยที่เราไม่รู้ตัว เมื่อสมองและร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พลังชีวิตที่เคยมีก็ค่อยๆ ลดลง จนกลายเป็นความรู้สึกหมดพลังและไม่อยากทำอะไรเลยในที่สุด
การฟื้นฟูพลังชีวิตไม่ได้หมายความว่าเราต้องลาพักร้อนยาวๆ เสมอไป แต่มันเริ่มต้นง่ายๆ จากการจัดระเบียบใจและปรับมุมมองใหม่ในแต่ละวันค่ะ

3 วิธีปรับกรอบคิดเพื่อฟื้นฟูใจในวันอันแสนเหนื่อยล้า
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังหมดไฟ ลองใช้เทคนิคทางจิตวิทยาเชิงบวกที่ทำตามได้ง่ายๆ เหล่านี้เพื่อช่วยผ่อนคลายอารมณ์และลดความเหนื่อยล้าดูนะคะ
1. เปลี่ยนคำว่า 'ต้องทำ' ให้เป็น 'ลองทำดู'
คำว่า 'ต้อง' มักจะมาพร้อมกับความคาดหวังที่หนักอึ้ง เช่น 'ฉันต้องทำงานนี้ให้เสร็จคืนนี้' หรือ 'ฉันต้องเป็นพนักงานที่ดี' ลองเปลี่ยนมาใช้คำที่เบาลงอย่าง 'วันนี้ลองทำเท่าที่ไหวก่อนนะ' การลดความกดดันลงเล็กน้อยจะช่วยให้สมองได้พักผ่อนและทำงานได้ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจค่ะ
2. ชื่นชมตัวเองในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน
ในวันที่ทุกอย่างดูแย่ไปหมด ลองมองหาความสุขง่ายๆ รอบตัวดูค่ะ เช่น วันนี้เราตื่นมาดื่มน้ำแก้วใหญ่ได้ทันเวลา หรือวันนี้เราเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ การใจดีกับตัวเองและชื่นชมสิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยสร้างพลังใจและฟื้นฟูจิตใจที่บอบช้ำได้ดีเยี่ยม
3. อนุญาตให้ตัวเอง 'ไม่ไหว' และพักผ่อนสมองบ้าง
การยอมรับว่าตัวเองเหนื่อยไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการรักตัวเองในรูปแบบหนึ่งค่ะ หากวันนี้ล้าเกินกว่าจะทำสกินแคร์หลายขั้นตอน หรือไม่มีแรงจะออกกำลังกายยาวๆ ก็แค่ล้างหน้าให้สะอาด ทาครีมบำรุงตัวเดียว แล้วเข้านอนเร็วขึ้นสักหน่อย การพักผ่อนสมองโดยการปิดหน้าจอโทรศัพท์ก่อนนอนก็ช่วยลดความอ่อนล้าได้ดีมากเช่นกัน
ค่อยๆ ก้าวไปในจังหวะของตัวเอง
การปรับกรอบความคิดไม่ใช่เรื่องที่ทำได้สำเร็จในข้ามคืน และมันก็โอเคมากๆ หากบางวันเราจะรู้สึกเครียดขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความรู้สึกของตัวเองและไม่ซ้ำเติมตัวเองในวันที่ล้มเหลว
วันนี้หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบขยับตัวไม่ไหว ลองโอบกอดตัวเองเบาๆ แล้วบอกกับตัวเองว่า 'วันนี้ทำดีที่สุดแล้วนะ' พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ในจังหวะที่สบายใจขึ้นค่ะ


