คนทำงานหลายอย่างปรับวิธีคิดลดหมดไฟสะสม

เหนื่อยไหมคะกับการที่ต้องตื่นมาพร้อมกับลิสต์งานยาวเหยียดในหัว พอตกเย็นกลับถึงห้องก็หมดแรงจนแทบไม่อยากทำอะไรเลย แม้แต่สกินแคร์ที่เคยชอบทาก็กลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปเสียอย่างนั้น หลายคนกำลังเผชิญกับภาวะ 'หมดไฟจากงานล้นมือ' เพราะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดจนลืมไปว่าร่างกายและจิตใจของเราก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน วันนี้เราอยากมาชวนคุยและแบ่งปันวิธีปรับความคิดง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าสะสมนี้ลงทีละนิดค่ะ

สัญญาณเตือนเมื่อเรากำลังแบกทุกอย่างไว้คนเดียว

บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะหมดไฟ การตอบตกลงทุกงานที่เข้ามาเพราะเกรงใจ หรือคิดว่า 'ถ้าไม่ทำเองก็กลัวงานจะออกมาไม่ดี' สุดท้ายแล้วความรับผิดชอบที่ล้นมือก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง อาการนอนไม่หลับเพราะคิดเรื่องงานตลอดเวลา หรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน นั่นคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าเราต้องการการพักผ่อนแล้วนะคะ

ปรับวิธีคิดทีละนิดเพื่อเซฟพลังใจ

การรับมือกับงานที่ล้นมือไม่ได้แปลว่าเราต้องลาออกทันทีเสมอไปค่ะ แต่อาจเริ่มจากการปรับมุมมองและวิธีคิดในแต่ละวัน เพื่อสร้างเกราะป้องกันใจตัวเอง ดังนี้ค่ะ

1. เลิกเป็น 'คนสมบูรณ์แบบ' ในทุกเรื่อง

ลองลดมาตรฐานบางอย่างลงบ้างก็ได้ค่ะ งานบางชิ้นแค่ทำให้ออกมาดีในระดับที่ใช้งานได้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไร้ที่ติไปเสียทุกอย่าง การยอมรับว่าเราทำดีที่สุดได้เท่านี้ในเวลาที่มี จะช่วยลดความกดดันในใจไปได้เยอะเลยค่ะ

2. ฝึกปฏิเสธให้เป็นเพื่อเหลือพื้นที่ให้ตัวเอง

การปฏิเสธไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวนะคะ แต่เป็นการปกป้องพลังงานของเราไว้ทำงานที่สำคัญจริง ๆ หากงานล้นมือจนทำไม่ไหว ลองคุยกับหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานตรง ๆ ด้วยเหตุผล ดีกว่ารับปากแล้วต้องมานั่งเครียดคนเดียวจนงานเสียค่ะ

3. แบ่งเวลาพักผ่อนแบบจริงจัง แม้แค่ 5 นาที

ในระหว่างวัน ลองหาเวลาสั้น ๆ วางมือจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยืดเส้นยืดสาย หรือดื่มน้ำอุ่น ๆ สักแก้วโดยไม่คิดเรื่องงาน การให้สมองได้พักสั้น ๆ แบบนี้ช่วยลดความตึงเครียดสะสมได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

คนทำงานหลายอย่างปรับวิธีคิดลดหมดไฟสะสม

ค่อย ๆ ปรับไปด้วยกัน ไม่ต้องรีบร้อน

การปรับความคิดไม่ใช่เรื่องที่ทำได้สำเร็จในวันเดียวค่ะ วันไหนที่รู้สึกเหนื่อยเกินไปจนทำตามแพลนไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเลยนะคะ ยอมรับความรู้สึกนั้นแล้วค่อยเริ่มใหม่ในวันพรุ่งนี้ การดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือการไม่กดดันตัวเองจนเกินไปค่ะ วันนี้คุณเก่งมากแล้วที่ผ่านมันมาได้ ค่อย ๆ ก้าวไปทีละนิดเพื่อสุขภาพกายและใจที่ยั่งยืนนะคะ