คนหมดพลังเติมพลังบวกจากธรรมชาติรอบตัว
วันที่แค่เห็นหน้าจอคอมก็อยากถอนหายใจยาวๆ
เคยเป็นไหมคะ? วันที่ตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่บ่า แค่คิดว่าจะต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์สี่เหลี่ยมเดิมๆ ตลอดทั้งวันก็รู้สึกหมดพลังไปดื้อๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความงานที่ดังไม่หยุดหย่อนทำให้หัวใจเต้นรัวด้วยความเครียดสะสม ในห้องคอนโดแคบๆ ที่มีแต่ผนังปูนสีขาว บางครั้งเราก็แค่ต้องการพื้นที่หายใจที่กว้างขึ้นอีกนิด เพื่อให้สมองที่ล้ามาตลอดทั้งสัปดาห์ได้หยุดพักบ้าง
เมื่อคนทำงานหมดพลังอย่างเราเริ่มรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันมันช่างแห้งแล้ง การมองหา 'วิธีฮีลใจ' ที่เรียบง่ายและทำได้จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ และคำตอบที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือ 'ธรรมชาติรอบตัว' นั่นเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องลางานยาวๆ เพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัด แค่ปรับเปลี่ยนมุมมองและเปิดรับสิ่งรอบตัวเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยคืนความสดชื่นให้เราได้แล้ว
ทำไมธรรมชาติรอบตัวถึงช่วยเยียวยาจิตใจเราได้จริง?
ในชีวิตการทำงานที่เร่งรีบ สมองของเราต้องประมวลผลข้อมูลอยู่ตลอดเวลา การจ้องมองหน้าจอแสงสีฟ้านานๆ ทำให้ระบบประสาทตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเราได้หันไปมองใบไม้สีเขียวขยับไหวตามสายลม หรือได้ยินเสียงนกร้องเบาๆ สมองจะเปลี่ยนเข้าสู่โหมดผ่อนคลายโดยอัตโนมัติ
การเติมพลังบวกจากธรรมชาติแก้หมดไฟ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ มันคือการอนุญาตให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเราได้ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ ได้กลิ่นดินหลังฝนตก ได้สัมผัสสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านผิว หรือได้เห็นแสงแดดรำไรผ่านซอกตึก สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลชีวิตที่ยุ่งเหยิงให้กลับมาเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
3 วิธีง่ายๆ เติมพลังบวกจากธรรมชาติรอบตัวสำหรับคนทำงานหมดพลัง
หากคุณกำลังมองหาหนทางดูแลตัวเองง่ายๆ ลองเริ่มต้นด้วย 3 กิจกรรมผ่อนคลายที่สามารถแทรกเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ทันทีดังนี้ค่ะ
1. รับแสงแดดเช้าวันละ 5 นาทีตรงระเบียงห้อง
ลองตื่นนอนให้เร็วขึ้นอีกนิด แล้วก้าวออกไปยืนที่ระเบียงห้องคอนโดหรือหน้าต่างบ้านเพื่อ 'รับแสงแดดเช้า' อุ่นๆ สัก 5 นาที แสงแดดในยามเช้าจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ช่วยปรับอารมณ์ให้แจ่มใสและช่วยให้เรานอนหลับดีขึ้นในตอนกลางคืน เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีและช่วยลดความเหนื่อยล้าสะสมจากวันก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี
2. เดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้านแบบไม่ต้องพกโทรศัพท์
ลองหาเวลาช่วงเย็นหลังเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ไป 'เดินเล่นในสวน' สาธารณะใกล้ๆ บ้านดูนะคะ กฎเหล็กคือลองเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋า ไม่ต้องคอยเช็กข้อความงานหรืออัปเดตโซเชียลมีเดีย ปล่อยให้เท้าได้ก้าวไปตามทางเดินช้าๆ มองดูผู้คน มองดูต้นไม้ใหญ่ และสูดหายใจเข้าลึกๆ การพักสมองและปล่อยวางเรื่องงานชั่วคราวแบบนี้จะช่วยให้เราได้พักผ่อนจิตใจอย่างแท้จริง

3. พาตัวเองไปสัมผัสสีเขียวของต้นไม้ในออฟฟิศหรือร้านกาแฟ
ถ้าไม่มีเวลาไปสวนสาธารณะจริงๆ ลองหาต้นไม้กระถางเล็กๆ อย่างพลูด่างหรือกระบองเพชรมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานดูค่ะ เวลาที่รู้สึกล้าสายตาจากการพิมพ์งาน ลองละสายตาจากหน้าจอมามองสีเขียวของใบไม้สัก 1 นาที หรือในช่วงพักกลางวัน ลองเลือกร้านกาแฟที่มีการตกแต่งด้วยต้นไม้ร่มรื่น นั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติชั่วครู่ ก็เป็นการพักใจชั่วคราวที่ช่วยสร้างกำลังใจให้เราลุยงานต่อได้แล้วค่ะ
ปรับมุมมองใหม่: ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่ให้โอกาสตัวเองได้พักสมอง
การดูแลตัวเองและฟื้นฟูจิตใจจากภาวะหมดไฟ ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือต้องใช้เงินจำนวนมากเลยค่ะ และที่สำคัญคือ ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าต้องรู้สึกดีขึ้นทันทีในวันเดียว ชีวิตของคนทำงานในเมืองหลวงอย่างเรามีเรื่องให้เหนื่อยล้ามากพออยู่แล้ว การยอมรับว่าวันนี้เราเหนื่อย แล้วพาตัวเองไปนั่งมองท้องฟ้าเงียบๆ สักพัก ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยมในการรักตัวเองมากขึ้นแล้วค่ะ
วันนี้หากคุณรู้สึกว่าพลังงานในตัวเหลือศูนย์ ลองเปิดหน้าต่างออกไปรับลม สูดหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองเบาๆ ว่า 'วันนี้เก่งมากแล้วนะ' แล้วปล่อยให้ธรรมชาติรอบตัวช่วยโอบกอดและเยียวยาหัวใจของคุณอย่างช้าๆ นะคะ


