คนคิดมากฝึกปล่อยวางเรื่องเล็กในวันยุ่งๆ

คนคิดมากฝึกปล่อยวางเรื่องเล็กในวันยุ่งๆ

เคยไหมคะที่พอกลับถึงห้องหลังเลิกงานที่แสนวุ่นวาย แทนที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ในหัวกลับยังคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องงานที่เพิ่งผ่านมา ทั้งคำพูดของเพื่อนร่วมงาน อีเมลที่ยังไม่ได้ตอบ หรือแม้แต่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ การเป็นคนคิดมากในสังคมเมืองที่เร่งรีบแบบนี้ บางครั้งก็ทำให้เราเหนื่อยล้าเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว

การที่เราปล่อยให้สมองทำงานหนักตลอดเวลาแบบนี้ อาจนำไปสู่ 'การสะสมความเครียด' และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ 'ภาวะหมดไฟ' ในที่สุด วันนี้เรามาลองคุยกันสบายๆ ถึงวิธี 'ฝึกปล่อยวางป้องกันหมดไฟ' เพื่อช่วยให้เรากลับมามี 'สุขภาวะทางจิตที่ดี' และมีพลังใจในการใช้ชีวิตในแต่ละวันกันค่ะ

ทำไมคนคิดมากถึงเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟได้ง่ายกว่า?

สำหรับพวกเราวัยทำงาน การทุ่มเทและใส่ใจในรายละเอียดเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่เมื่อความใส่ใจนั้นเปลี่ยนเป็น 'การลดความคิดวนเวียน' ไม่ได้ มันจะเริ่มกัดกินพลังงานชีวิตของเราไปทีละนิด การคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เปรียบเสมือนการเปิดแอปพลิเคชันทิ้งไว้ในโทรศัพท์มือถือหลายๆ แอปพร้อมกัน แม้เราจะไม่ได้ใช้งาน แต่แบตเตอรี่ก็ยังคงลดลงเรื่อยๆ

เมื่อสมองไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริง 'การลดความเหนื่อยล้า' ก็จะทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้เราเริ่มรู้สึกหมดพลัง ไม่อยากทำอะไร และอาจนำไปสู่ 'การป้องกันภาวะหมดไฟ' ที่ยากขึ้นในอนาคต ดังนั้น 'การดูแลใจตนเอง' ด้วยการเริ่มสังเกตความคิดของตัวเองจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากค่ะ

คนคิดมากฝึกปล่อยวางเรื่องเล็กในวันยุ่งๆ

3 วิธีง่ายๆ เริ่มต้นฝึกปล่อยวางในวันยุ่งๆ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อ 'สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ' ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องใหญ่โตเลยค่ะ แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวันของเราก็พอแล้ว

1. ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบและปล่อยวางความคาดหวัง

บางครั้งเราก็อยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดจนกลายเป็นการกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว ลองบอกตัวเองเบาๆ ว่า 'วันนี้ทำดีที่สุดแล้ว' 'การยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ' ในบางเรื่องจะช่วย 'ลดความกดดัน' และทำให้เราหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้นค่ะ เรื่องบางเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ เช่น รถติด หรือสภาพอากาศ ลองปล่อยให้มันเป็นไป แล้วหันมาโฟกัสกับสิ่งที่เราจัดการได้ดีกว่า

2. ลดภาระทางสมองด้วยการเขียนออกมา

เมื่อรู้สึกว่าในหัวมันตื้อไปหมด ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเขียนทุกอย่างที่อยู่ในหัวออกมาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือความกังวลใจ 'การจัดระเบียบความคิด' ด้วยวิธีนี้จะช่วย 'ลดภาระทางสมอง' ทำให้เราเห็นภาพรวมชัดขึ้นว่าเรื่องไหนควรทำตอนนี้ เรื่องไหนรอได้ และเรื่องไหนที่ควรปล่อยผ่านไป เป็นการช่วย 'ลดความวิตกกังวล' ได้ดีมากๆ เลยค่ะ

3. ฝึกสติในชีวิตประจำวันช่วงสั้นๆ

ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเป็นชั่วโมงเลยค่ะ แค่ลองหาเวลาสัก 3-5 นาทีระหว่างวัน เช่น ตอนดื่มกาแฟตอนเช้า หรือตอนล้างมือ ลองโฟกัสอยู่กับความรู้สึกในปัจจุบัน สัมผัสอุ่นๆ ของแก้วกาแฟ หรือสายน้ำที่ไหลผ่านมือ 'การฝึกสติในชีวิตประจำวัน' แบบนี้จะช่วย 'การผ่อนคลายจิตใจ' และดึงเรากลับมาจากความคิดที่ฟุ้งซ่าน ช่วย 'การสร้างความสงบในใจ' ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ค่อยๆ ปรับ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางใจที่ยั่งยืน

การฝึกปล่อยวางไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้สำเร็จในวันเดียวค่ะ มันคือ 'การสร้างนิสัยใหม่' ที่ต้องอาศัยเวลาและความเข้าใจในตัวเอง 'การปรับมุมมองชีวิต' และ 'การสร้างความยืดหยุ่นทางใจ' จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้นโดยไม่เสียพลังใจไปเสียก่อน

เมื่อเราเริ่ม 'การจัดการอารมณ์' และ 'การป้องกันความเครียด' ได้ดีขึ้น เราจะรู้สึกว่ามีพื้นที่ในใจเหลือเฟือสำหรับ 'การฟื้นฟูพลังใจ' และ 'การสร้างพลังบวก' ให้กับตัวเองในทุกๆ วัน

สุดท้ายนี้ อยากบอกทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้าว่า ไม่เป็นไรเลยนะคะหากวันนี้เราจะยังปล่อยวางไม่ได้ทั้งหมด การดูแลสุขภาพจิตเป็นเรื่องของการเดินทางระยะยาว วันนี้แค่เราหันกลับมาใส่ใจความรู้สึกของตัวเอง และพยายาม 'การดูแลสุขภาพจิต' ของเราให้ดีขึ้นทีละนิด นั่นก็เก่งมากแล้วค่ะ คืนนี้ลองปล่อยเรื่องกังวลใจไว้ข้างนอกห้อง แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอค่ะ